ชนิดของคอมพิวเตอร์
  1 ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ( Supercomputer )
      เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องการตัวเลข
จำนวนมหาศาลให้เสร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ
  เครื่องมีขนาดใหญ่ซึ่งสามารถทำงานได้เร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  มีโครงสร้างการคำนวณพิเศษที่เรียกว่า เอ็มพีพี ( Massively Parallel Processing : MPP)
ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
   
   
  2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ( Mainframecomputer )
   

  มีขนาดรองลงมาจากซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
  สาเหตุที่เรียกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ เพราะตัวเครื่องประกอบด้วยตู้ขนาดใหญ่
ซึ่งภายในตู้จะมี ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆเป็นจำนวนมาก
  ใช้ในงานประมวลผลในงานธุรกิจขนาดใหญ่
  ราคาสูงที่สุดในบรรดาคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วๆไป
  มีการประมวลผลที่รวดเร็วและเก็บข้อมูลได้มหาศาล
  ต้องมีการดูแลรักษาเป้นอย่างดีและอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ
  ข้อเด่นของเมนเฟรมคอมพิวเตอร์คือการทำงานโดยมีระบบศูนย์กลาง
และกระจายงานไปยังที่ต่างๆ เช่นระบบเอทีเอ็ม

เมนเฟรมคอมพิวเตอร์
   
 

3 มินิคอมพิวเตอร์ ( Minicomputer )

   

  เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้หลายคนในเวลาเดียวกัน คือสามารถเชื่อมโยงกับเทอร์มินัล ( Terminal ) หลายๆเครื่อง
  ใช้ในงานประมวลผลในงานธุรกิจขนาดกลาง
  ขนาดเล็กกว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ ความเร็วในการทำงานและ
ราคาก็ต่ำกว่าด้วย

มินิคอมพิวเตอร์
   
  4 สถานีงานวิศวกรรม
   

  ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก และนักออกแบบ
  จุดเด่นของสถานีวิศวกรรมคือเรื่องกราฟฟิก
  ราคาของสถานีวิศวกรรมจะแพงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์มาก
  การใช้งานก็จะต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้โดยเฉพาะ
  หากนำสถานีวิศวกรรมมาเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย
จะทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

         
 

5 ไมโครคอมพิวเตอร์ ( Microcomputer )

   

  เครื่องมีขนาดเล็กและมีราคาถูก อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
( Personal Computer : PC ) หรือพีซี
  มีทั้งแบบตั้งโต๊ะ ( Desktop ), แล็บท็อปคอมพิวเตอร์ ( Labtop ), ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์
( Palmtop), และโน๊ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ ( Note Book )
  สามารถใช้งานได้ง่าย
  สามารถใช้งานในลักษณะเครือข่าย และทำหน้าที่เป็นเทอร์มินัลได้ด้วย
 มีหน่วยประมงลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์

 
ไมโครคอมพิวเตอร
<<Back | Home | More >>