วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
การแบ่งวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์นี้จะแบ่งออกเป็นยุคๆตามลักษณะโครงสร้างและเทคโนโลยี
ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยสามารถแบ่งได้เป็น
   1 คอมพิวเตอร์ยุคแรก ( ค.ศ. 1951-1958 )
            เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูง เพราะมีขนาดใหญ่ จึงมีปัญหาเรื่องความร้อน และไส้หลอดขาดบ่อย
            ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ และหลอดสุญญากาศ
            การทำงานใช้ภาษาเครื่อง ( Machine Language )
            คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่ถูกใช้งานในเชิงธุรกิจ คือ UNIVAC 1
            ตัวอย่างของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกได้แก่ มาร์ค วัน ( MARK 1 ) ,
          อีนิแอค ( ENIAC ) , ยูนิแวค ( UNIVAC )

เครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรก MARK 1
เครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรก ENIAC
 
ข้อเสียของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกคือ
ก่อนใช้งานต้องอุ่นให้หลอดสุญญากาศเสียก่อน
จึงจะใช้งานได้ซึ่งต้องใช้เวลาหลายนาที
และแมื่ออุ่นได้ที่แล้วก็มักจะร้อนเกินไปทันที
และเนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่
และใช้กระแสไฟฟ้าในการทำงานเป็นจำนวนมาก จึงต้องเก็บไว้ในห้องที่ติดตังเครื่องปรับอากาศ ที่สำคัญหลอดสุญญากาศนั้นมีอายุการใช้งานที่ต่ำ
คือเฉลี่ยแล้วจะใช้ได้เพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น
เครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรก UNIVAC
 
   
  2 คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 ( ค.ศ. 1959-1964 )
   

  เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ แทนหลอดสุญญากาศ
  มีความเร็วที่สูงกว่า มีความถูกต้องแม่นยำและประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า
  เครื่องมีขนาดเล็ก ใช้กำลังไฟฟ้าน้อยและราคาถูกลง
  ใช้วงแหวนแม่เหล็กที่ทำขึ้นจากสาร forromagnetic เป็นหน่วยเก็บความจำ
  ในช่วงต้น ค.ศ. 1960 ได้เริ่มมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก
เช่น จานแม่เหล็ก และดิสก์ มาใช้ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง
  ภาษาที่ใช้เป็นภาษาระดับสูง ซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยคที่มนุษย์สามารถเข้าใจ
ได้เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล

คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ แทนหลอดสุญญากาศ
   
  3 คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 ( ค.ศ.1965-1971 )
   

  เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับคอมพิวเตอร์ เพราะการคิดค้น
วงจรรวม ( Integrated Circuit) หรือ IC ซึ่งสามารถทำงานได้เท่ากับทรานซิสเตอร์
หลายร้อยตัว
  เครื่องคอมพิวเตอร์จึงมีขนาดเล็กลง ความเร็วเพิ่มขึ้น และใช้กำลังไฟน้อย
  โครงสร้างของคอมพิวเตอร์มีการออกแบบที่ซับซ้อนขึ้น
  ภาษาที่ใช้ได้แก่ ภาษาโคบอล ( COBOL ) และภาษาพีแอลวัน ( PL/1 )

คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 คิดค้นวงจรรวม (Integrated Circuit) หรื IC
   
  4 คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 ( ค.ศ. 1972-1980 )
   

  เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก ( Very Large Scale
Integretion : VLSI)
  ขนาดของเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงหรือไมโครคอมพิวเตอร์เป็นแบบตั้งโต๊ะ หรือพกพาได้
  ทำงานเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  ใช้สื่อข้อมูลพวกเทปแม่เหล็ก หรือ จานแม่เหล็ก
  ภาษาที่ใช้เป็นภาษาใหม่ๆ เช่นภาษาเบสิก (BASIC) ภาษาปาสคาล ( PASCAL)
และภาษาซี ( C )
  ซอฟแวร์มีการพัฒนามาก มีโปรแกรมสำเร็จให้เลือกใช้กันมากขึ้น

         
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 เป็นยุคของคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวมความจุสูงมาก ( Very Large Scale Integretion : VLSI)

  5 คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5 ( ค.ศ. 1980-ปัจจุบัน )
   

  คอมพิวเตอร์ในยุคนี้ ใช้เพื่อช่วยในการจัดการ การตัดสินใจ และแก้ปัญหา โดยจะมีการจัดเก็บข้อมูลไว้เมื่อต้องการใช้งานก็สามารเรียกข้อมูลที่เก็บไว้
มาใช้ในการทำงานได้
  คอมพิวเตอร์ยุคนี้เรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ ( Artificail Intalligence : AI)
  มีการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานด้านกราฟฟิกอย่างแพร่หลายมากขึ้น
  ขนาดเครื่องมีแนวโน้นเล็กลงและมีความเร็วสูง เช่น โน๊ตบุ๊ค ( NoteBook )
  การปฏิบัติงานต่างๆมีการใช้คอมพิวเตอร์แทนแรงงานมนุษย์
  ซอฟแวร์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นมาก รวมทั้งการประดิษฐ์คิดค้นหุ่นยนต์

 
คอมพิวเตอร์ยุคที่ 5 เรียกว่าปัญญาประดิษฐ
<<Back | Home | More >>